ขณะนี้ดอกไม้ขาดตลาดเนื่องจากไม่สามารถนำเข้าจากประเทศจีนได้ อาจต้องมีการเปลี่ยนชนิดดอกไม้ตามความเหมาะสม ขออภัยในความไม่สะดวก

ดอกไม้ซากศพ ขนาดใหญ่
ดอกไม้บนโลกของเรามีหลายชนิด จากการสำรวจมีมากกว่าหมื่นชนิดเลยทีเดียวค่ะ แต่ถึงจะขึ้นชื่อว่าดอกไม้ก็ไม่ได้มีแค่ดอกไม้ที่หน้าตาสวยงาม กลิ่นหอมเท่านั้นนะคะ เพราะดอกไม้ที่หน้าตาแปลกประหลาด หรือมีกลิ่นเหม็นก็มีเหมือนกัน และดอกไม้ที่ LoveYouFlower จะพาทุกคนไปทำความรู้จักแบบเจาะลึกกันในวันนี้ก็เป็นประเภทที่ทั้งหน้าตาแปลกประหลาดและมีกลิ่นเหม็น ชื่อ ดอกซากศพ หรือชื่อภาษาอังกฤษสามารถเรียกได้ 2 แบบ คือ Corpse Flower และ Titan Arum ค่ะ

ดอกไม้ยักษ์ที่ไม่ได้ใหญ่แค่ดอก แต่กลิ่นแรงไม่แพ้กัน

ส่วนปลายของดอกซากศพก่อนบานเต็มดอก

ดอกซากศพ ( Corpse Flower (ชื่อวิทยาศาสตร์ Amorphophallus titanium, titan arum)) เป็นพืชในตระกูลบัวผุด (Rafflesia) ถูกบันทึกในกินเนสส์บุ๊กว่าเป็นดอกไม้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เนื่องจากดอกของมันสามารถแทงยอดสูงขึ้นไปได้สูงสุด 3 เมตร เพื่อป้องกันตัวเองจากแมลงบางชนิด ในขณะที่ส่วนที่อยู่ใต้ดินสามารถแทงลึกลงไปได้มากกว่า 1 เมตรเลยทีเดียว

ดอกไม้ชนิดนี้ถือเป็นดอกไม้หายาก มีถิ่นกำเนิดอยู่ในป่าดิบชื้นบนเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย โดยชาวบ้านแถวนั้นเรียกกันว่า Bunga Bangkai ที่แปลว่าดอกซากศพ เนื่องจากเวลาที่ดอกซากศพบานจะส่งกลิ่นเหม็นเหมือนเนื้อเน่าสำหรับคน แต่กลิ่นหอมยั่วยวนสำหรับแมลง และบริเวณกลีบดอกยังมีสีแดงเข้ม ทำให้ดูเหมือนชิ้นเนื้อเน่าขนาดใหญ่ ล่อลวงให้แมลงบินเข้าหาเพื่อมาช่วยผสมเกสร และคนที่ค้นพบดอกไม้ชนิดนี้เป็นคนแรกคือนาย botanist Odoardo Beccari โดยค้นพบในปี 1878 ค่ะ

อยากปลูกดอกซากศพต้องทำอย่างไรบ้าง?

กลีบดอกซากศพ มีสีแดงเข้มไว้หลอกล่อแมลง

การปลูกดอกซากศพเองไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะอย่างที่ได้บอกไปว่าเป็นดอกไม้หายาก แถมยังมีกลิ่นเหม็นรุนแรงมาก ถ้านำมาปลูกที่บ้านในพื้นที่โล่งแบบไม่มีเรือนกระจกแล้วล่ะก็จะเป็นการรบกวนเพื่อนบ้านแน่นอน แต่สำหรับคนที่สนใจพืชชนิดนี้จริง ๆ เราก็มีข้อมูลเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเจ้าดอกไม้ยักษ์นี้มาฝากกันค่ะ

เนื่องจากดอกซากศพเป็นพืชที่เติบโตในป่าดิบชื้น ดังนั้นอุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการเพาะเมล็ด รวมไปถึงการเจริญเติบโตของดอกจึงควรอยู่ที่ 15-20 องศาเซลเซียส โดยระยะเวลาในการงอกของเมล็ดจะอยู่ที่ 5-15 วัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์และสภาพอากาศในขณะนั้นด้วยนะคะ หลังจากเมล็ดงอกต้นจะจะสูงขึ้นตั้งแต่ 1-3 เมตร แต่การที่ดอกจะบานนั้นเราจะไม่รู้เลยว่าบานเมื่อไหร่ จนกระทั่งดอกเริ่มบานจะใช้เวลาในการบานเต็มที่ 9-12 สัปดาห์ก่อนจะค่อย ๆ เหี่ยวลงไปเอง ซึ่งหลังดอกหุบแล้ว ต้นจะยังคงอยู่ต่อไป แต่จะไม่บานอีกเป็นครั้งที่สองค่ะ นอกจากนี้ดอกซากศพยังมีหลายสี เช่น สีน้ำตาล สีแดง สีเทา สีน้ำเงิน และหลายสีในดอกเดียวกัน ขึ้นอยู่กับว่าจะเป็นสายพันธุ์อะไรค่ะ

ดอกซากศพแบบดอกบานแล้วและดอกตูม

ปัจจุบันดอกซากศพมีการนำไปจัดแสดงตามสวนพฤกษาศาสตร์ประเทศต่าง ๆ และที่ประเทศไทยของเราเองก็มีการนำดอกไม้ชนิดนี้มาปลูกด้วย โดยนำมาจากสวนพฤกษาศาสตร์โบกอร์ ประเทศอินโดนีเซีย จัดแสดงไว้ที่สวนนงนุช เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2546, 2549, 2550 และ 2562 ตามลำดับ และตอนนี้ก็ยังมีการวางดอกซอกศพไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ชมกันอยู่ ใครที่แวะไปก็สามารถไปดูเจ้าดอกไม้ยักษ์นี้ด้วยตาตัวเองได้นะคะ

ที่มา
https://www.livescience.com/
https://www.huntington.org/corpse-flower