Posted on

รู้จักดอกไม้ให้มากขึ้น 10 ดอกไม้สมุนไพร ใช้รักษาโรคได้

“ดอกไม้” เป็นสิ่งที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อล่อแมลงให้นำเกสรไปผสมพันธุ์ แต่ในความจริง ธรรมชาติได้ซ่อนความน่าอัศจรรย์ไว้มากกว่านั้น เพราะดอกไม้หลายชนิดเกิดมาพร้อมกับสรรพคุณทางยาที่มนุษย์สามารถใช้ป้องกัน บรรเทา และรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ได้ ดังตัวอย่างต่อไปนี้

1. ดอกขจร

ดอกขจร หรือ ดอกสลิด (ชื่อวิทยาศาสตร์ Telosma cordata (Burm. f.) Merr.) ดอกไม้เล็ก ๆ สีเขียวอมเหลือง ออกดอกรวมกันเป็นช่อประมาณ 10 – 20 ดอก มีสรรพคุณ คือ ช่วยบำรุงสายตา หัวใจ ปอด ตับ ไต โลหิต และฮอร์โมนเพศหญิง ช่วยบรรเทาอาการวิงเวียนศีรษะและคลื่นไส้อาเจียน ช่วยรักษาโรคหวัด ขับเสมหะ อาการท้องอืดท้องเฟ้อ และช่วยในการขับถ่าย

ภาพจาก https://medthai.com

2. ดอกขี้เหล็ก

ดอกขี้เหล็ก (ชื่อวิทยาศาสตร์ Senna siamea (Lam.) H.S.Irwin & Barneby) ดอกไม้สีเหลือง ออกดอกเป็นช่อแยกแขนงตามปลายกิ่ง มีสรรพคุณ คือ ช่วยบำรุงสายตา สมอง และประสาท ช่วยรักษาโรคหวัด โรคหืด โรคโลหิตพิการ โรคหนังศีรษะ (รังแค) อาการเหน็บชา อาการนอนไม่หลับ ช่วยยับยั้งการขยายตัวของเซลล์มะเร็ง ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานโรคต่าง ๆ ช่วยในการสมานแผลให้หายเร็วขึ้น ช่วยให้เจริญอาหาร และช่วยขับพยาธิ ถ่ายพิษ กษัยต่าง ๆ

ภาพจาก http://www.kasetupdate.com/

3. ดอกแค

ดอกแค (ชื่อวิทยาศาสตร์ Sesbania grandiflora (L.) Pers.) ดอกไม้สีขาวหรือแดง ลักษณะคล้ายดอกถั่ว มักออกดอกบริเวณซอกใบ คราวละ 2 – 3 ดอก มีสรรพคุณ คือ ช่วยบำรุงสายตา กระดูก ฟัน และตับ ช่วยรักษาโรคหวัด โรคหลอดลมอักเสบ โรคบิด อาการปวดศีรษะ หนักศีรษะ อาการท้องผูก และอาการร้อนใน กระหายน้ำ ช่วยยับยั้งการขยายตัวของเซลล์มะเร็ง ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานโรคต่าง ๆ ช่วยให้เจริญอาหาร ช่วยในการขับถ่าย และช่วยดับพิษร้อน ถอนพิษไข้

ภาพจาก https://medthai.co

4. ดอกทับทิม

ดอกทับทิม (ชื่อวิทยาศาสตร์ Punica granatum L.) ดอกไม้รูปร่างคล้ายหม้อคว่ำขนาด 2 – 3 เซนติเมตร มีสีส้มหรือสีแดง มักออกเป็นดอกเดี่ยวบริเวณปลายยอดกิ่ง มีสรรพคุณ คือ ช่วยบำรุงหัวใจ ช่วยรักษาอาการหูชั้นในอักเสบ ช่วยห้ามเลือด โดยใช้วิธีบดและนำมาประคบ หรืออุดจมูกที่เลือดกำเดาไหล และใช้เป็นยาสมานลำไส้

ภาพจาก https://pixabay.com

5. ดอกบัวหลวง

ดอกบัวหลวง (ชื่อวิทยาศาสตร์ Nelumbo nucifera Gaertn.) ดอกไม้สีขาวหรือสีชมพู ออกดอกเป็นดอกเดี่ยวแทงยอดขึ้นมาจากลำต้นที่อยู่ในน้ำ มีสรรพคุณ คือ ช่วยบำรุงร่างกายและหัวใจ ช่วยบรรเทาอาการอ่อนเพลีย ใจสั่น ช่วยรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (เช่น โรคซิฟิลิส) โรคไขข้ออักเสบ โรคเบาหวาน อาการผดผื่นคัน อาการช้ำใน อาการนอนไม่หลับ อาการไข้รากสาดและไข้มีพิษร้อน ช่วยขับเสมหะ ช่วยห้ามเลือด และสมานแผล ช่วยลดความดันโลหิต ลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด และช่วยขับปัสสาวะ

ภาพจาก https://medthai.com

6. ดอกบุนนาค

ดอกบุนนาค (ชื่อวิทยาศาสตร์ Mesua ferrea L.) หนึ่งในดอกไม้มงคลของไทย ดอกมีสีขาวแกมเหลืองอ่อน มักออกเป็นดอกเดี่ยวหรือคู่ตามซอกใบหรือปลายกิ่ง มีสรรพคุณ คือ ช่วยบำรุงกำลัง ธาตุในร่างกาย โลหิต และหัวใจ ช่วยบรรเทาความร้อน ความกระหาย ความกระสับกระส่าย ช่วยรักษารัตตะปิตตะโรค อาการวิงเวียนศีรษะ หน้ามืด ตาพล่ามัว อาเจียน อาการไข้ (ไข้สำประชวร และไข้กาฬ เป็นต้น) ขับเสมหะ ช่วยห้ามเลือดกำเดาและสมานแผล ช่วยขับลมในลำไส้ แก้อาการลมหาวเรอ และช่วยแก้พิษงู

ภาพจาก http://bangkrod.blogspot.com

7. ดอกเฟื้องฟ้า

ดอกเฟื่องฟ้า (ชื่อวิทยาศาสตร์ Bougainvillea glabra Choisy) ไม้ดอกขนาดเล็กสีขาว มักออกเป็นกระจุก 3 ดอกตรงปลายกิ่ง โดยมีใบที่เปลี่ยนเป็นสีต่าง ๆ เช่น ชมพู ม่วง แดง ส้ม ขาว ซึ่งเรียกว่า “ใบดอก” ห่อหุ้มเอาไว้ มีสรรพคุณ คือ ช่วยบำรุงหัวใจ โลหิต และระบบขับถ่าย ช่วยรักษาอาการประจำเดือนมาไม่ปกติ อาการท้องเสีย อาการไอ เจ็บคอ และช่วยลดความดันโลหิต

ภาพจาก https://kaijeaw.com

8. ดอกมะลิ

ดอกมะลิ (ชื่อวิทยาศาสตร์ Jasminum sambac (L.) Aiton) ดอกไม้สีขาว กลิ่นหอม มีทั้งชนิดกลีบดอกซ้อนกันและกลีบดอกไม่ซ้อนกัน มีสรรพคุณ คือ ช่วยบำรุงครรภ์ และบำรุงหัวใจ ช่วยรักษาโรคบิด โรคหวัด โรคหืด โรคผิวหนังผื่นคัน ช่วยแก้อาการปวดท้อง อาการปวดศีรษะ อาการร้อนใน กระหายน้ำ อาการเจ็บตา และอาการเจ็บหู

ภาพจาก https://medthai.com

9. ดอกโสน

ดอกโสน (ชื่อวิทยาศาสตร์ Sesbania javanica Miq.) ดอกไม้ประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีกลีบสีเหลืองซ้อนทับกัน 5 ชั้น ออกดอกเป็นช่อเชิงลดหรือช่อกระจุกตามซอกใบ หรือปลายกิ่ง มีสรรพคุณ คือ ช่วยบำรุงสมอง และกระดูก ช่วยยับยั้งการเกิดและการขยายตัวของเซลล์มะเร็ง ช่วยแก้พิษร้อน ถอนพิษไข้ ถอนพิษแมลงสัตว์กัดต่อย แก้อาการปวดมวนท้อง และช่วยสมานแผลในลำไส้

ภาพจาก https://medthai.com

10. ดอกอัญชัน

ดอกอัญชัน (ชื่อวิทยาศาสตร์ Clitoria ternatea L.) ดอกไม้สีน้ำเงินอมม่วง (บางชนิดมีสีขาว) รูปร่างคล้ายเปลือกหอย แกนกลางมีสีเหลือง มีสรรพคุณ คือ ช่วยบำรุงสมอง สายตา เส้นผม ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด ป้องกันโรคต้อหิน ต้อกระจก โรคเส้นเลือดสมองตีบ โรคเส้นเลือดอุดตัน และโรคหัวใจ ช่วยรักษาอาการฟกช้ำ ผ่อนลายกล้ามเนื้อ ช่วยยับยั้งการขยายตัวของเซลล์มะเร็ง ช่วยล้างสารพิษและของเสียออกจากร่างกาย และช่วยลดน้ำตาลในเลือด

ภาพจาก http://www.nongmaiclub.com/blog

จะเห็นได้ว่า “ดอกไม้” นอกจากจะให้ความสวยงาม ทำให้รู้สึกสดชื่น อิ่มเอมใจ มีความสุขในยามพบเห็น ซึ่งเป็นการส่งเสริมสุขภาพจิตที่ดีแล้ว ดอกไม้ยังมีประโยชน์ช่วยให้สุขภาพกายของคนเราแข็งแรง ปลอดภัยจากโรคต่าง ๆ ทำให้คนในสังคมมีอายุยืนยิ่งขึ้นได้อีกด้วย