คนไทยรู้จักดอกดาวเรือง รู้ว่าเป็นดอกไม้หน้าตาแบบไหน มีสรรพคุณอะไรบ้าง แต่ถ้าเป็นดอกดาวเรืองหม้ออาจจะชะงักเพราะไม่แน่ใจว่าเจ้าดอกไม้ชนิดนี้มีหน้าตาเป็นอย่างไร จะเหมือนกับดอกดาวเรืองหรือเปล่า LoveYouFlower ก็ขอบอกเลยว่ามีแค่สีเท่านั้นค่ะที่เหมือน แต่ว่าหน้าตาไม่เหมือนกัน เพราะถ้าดูผิวเผินแล้วเหมือนดอกเยอบีร่ามากกว่า จนโดนเข้าใจผิดว่าเป็นดอกเยอบีร่าก็มีค่ะ ดังนั้นวันนี้เราเลยขอพาทุกคนไปเที่ยวทุ่งดอกดาวเรืองหม้อ เปิดประวัติให้รู้กันไปเลยว่าดอกไม้ชนิดนี้มีที่มาอย่างไร และมีความหมายในภาษาดอกไม้ว่าอะไรบ้าง

ฉันคือดอกดาวเรืองหม้อ

ดอกดาวเรืองหม้อ หรืออีกชื่อหนึ่งคือดาวเรืองฝรั่ง มีชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์ว่า Calendula officinalis L. หรือเรียกสั้น ๆ ว่า Calendula ค่ะ จากรูปจะเห็นเลยว่านอกจากสีแล้วดอกดาวเรืองหม้อก็ดูไม่เหมือนดอกดาวเรืองที่เรารู้จักกันเลย แถมยังเหมือนดอกเยอบีร่ามากกว่าอีก เพราะว่าจริง ๆ แล้วสองดอกนี้จะเรียกว่าเป็นลูกพี่ลูกน้องกันเลยก็ว่าได้ค่ะ แต่เห็นเหมือนกันแบบนี้ก็ใช่ว่าจะไม่มีวิธีแยกเลยนะคะ เพราะเราสามารถแยกได้ง่าย ๆ โดยสังเกตจากกลีบดอกจะดูอ้วนกว่า ไม่เรียวยาวเท่า และตรงปลายของกลีบดอกเป็น 3 แฉกค่ะ

โดยดอกไม้ชนิดนี้เป็นหนึ่งในบรรดาดอกไม้ที่คนนิยมปลูกกันมาตั้งแต่หลายร้อยปีก่อนแล้วค่ะ โดยนิยมปลูกกันมากที่ประเทศอังกฤษตั้งแต่ปี ค.ศ.1200 เป็นต้นมา และยังมาพร้อมกับเรื่องนิทานพื้นบ้านที่เล่ากันว่า มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง เธอมีผมสีทองยาวสลวย ชื่อว่า Mary-Gold เธอมักจะใช้เวลาไปกับการเฝ้ามองดูพระอาทิตย์ จนกระทั่งวันหนึ่ง เธอได้หายตัวไป ไม่มีใครได้เจอเธออีก แต่ที่น่าแปลกคือที่นั่งที่เธอนั่งเป็นประจำทุกวัน มีดอกไม้ดอกเล็กที่หน้าตาคล้ายดอกทานตะวันงอกขึ้นมา เพื่อนของเด็กหญิงจึงพากันพูดว่าดอกไม้นี้คือ Mary-Gold ทำให้หลังจากนั้นใคร ๆ ต่างก็เรียกดอกไม้นี้ด้วยอีกชื่อหนึ่งว่า Mary-Gold นั่นเอง

ความสามารถของฉันมีเยอะกว่าที่คุณคิด

ถ้วยน้ำชาที่ข้างในมีชาทำมาจากดอกดาวเรืองหม้อ

นอกจากความสวยงามที่ทำให้คนนิยมปลูกแล้ว สรรพคุณของดอกดาวเรืองหม้อก็ทำให้ดอกไม้ชนิดนี้เป็นที่นิยมไม่แพ้กัน เพราะไม่ว่าจะเป็นต้น ใบ ดอก หรือว่ารากก็สามารถนำมาทำเป็นยาได้ รวมถึงนำไปประกอบอาหาร ชงชาดื่ม หรือใช้เป็นส่วนผสมของเครื่องสำอาง เช่น แป้งโรยตัวเด็ก สบู่อาบน้ำ เป็นต้น

และในปี ค.ศ. 1800 แพทย์ชาวตะวันตกก็ค้นพบว่ากลีบดอกมีสรรพคุณห้ามเลือดได้ พวกจึงใช้เป็นยาพอกลงบนบาดแผลตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา อย่างตอนที่เกิดสงครามกลางเมืองอเมริกา แพทย์ส่วนใหญ่ก็มักจะพกกลีบดอกดาวเรืองหม้อติดกระเป๋าแพทย์ เพื่อใช้เป็นยาห้ามเลือดและช่วยกระตุ้นบาดแผลให้ฟื้นตัวได้ดีขึ้น

ดอกดาวเรืองหม้อที่นำมาสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหย

สรรพคุณอื่น ๆ ของดอกดาวเรืองหม้อ

• ต้น: ช่วยให้เจริญอาหาร, รักษาอาการคลื่นเหียนอาเจียน, ขับพยาธิ, ขับเหงื่อ, รักษาโรคดีซ่าน, รักษาแผลเรื้อรังและแก้เส้นเลือดพอง
• ใบ: รักษาอาการท้องผูก, รักษาโรคต่อมน้ำเหลืองในเด็ก, ใช้เป็นยานัตถุ์
• ราก: ใช้เป็นยาฟอกเลือด กระจายเลือดลมที่อุดตัน, ใช้เป็นยาขับลม, รักษาอาการปวดท้อง, รักษาอาการถ่ายอุจจาระเป็นเลือด, รักษาซีสต์ในมดลูก, ใช้เป็นยาห้ามเลือด
• ดอก: ใช้เป็นยาธาตุ, ลดไขมันในเลือด, ลดคอเลสเตอรอล, แก้อาการอักเสบของตา, แก้ไข้ ขับเหงื่อ, แก้ไข้ทรพิษ, ขับลม, ขับพยาธิ, รักษาอาการถ่ายอุจจาระเป็นเลือด, รักษาโรคดีซ่าน, รักษาโรคหัด, ใช้เป็นยาห้ามเลือด, ใช้เป็นยารักษาแผลทั้งภายนอกและภายใน, แก้พุงพอง, บำรุงผิว สมานผิว, แก้ปวดฟกช้ำจากแมลงกัดต่อย

ฉันคือเจ้าสาวของพระอาทิตย์

ดอกดาวเรืองหม้อในทุ่งกำลังบานรับแสงอาทิตย์

ในภาษาดอกไม้ ดอกดาวเรืองหม้อเป็นสัญลักษณ์ของพระอาทิตย์ เพราะดอกไม้ชนิดนี้ชอบแสงแดดมาก มันมักจะเบ่งบานรับแสงแดดและหันตามพระอาทิตย์อยู่เสมอ ทำให้มีชื่อเล่นอีกชื่อหนึ่งว่า เจ้าสาวของพระอาทิตย์ ค่ะ ส่วนในเรื่องของความเชื่อ ชาวเวลช์เชื่อกันว่าดอกดาวเรืองหม้อเป็นเครื่องรางเกี่ยวกับความรัก โดยจะใช้ส่วนของดอกแซมประดับในพวงมาลาที่ใช้งานแต่งงาน เพื่อขอให้ความรักของคู่บ่าวสาวรักกันตราบนานเท่านาน และสมัยก่อนนี้ ชาวคริสเตียนยกให้ดอกดาวเรืองหม้อเป็นดอกไม้ประจำตัวของพระแม่มารี โดยพวกเขาจะนำพวงมาลัยดอกดาวเรืองหม้อไปประดับที่รูปปั้นของนักบุญและพระแม่มารี รวมถึงแขวนไว้หน้าประตูบ้านเพื่อขับไล่วิญญาณชั่วร้าย นอกจากนี้ยังเชื่ออีกด้วยว่าถ้านำมาไว้ใต้ที่นอนจะทำให้ฝันถึงแต่เรื่องดี ๆ ค่ะ

และด้วยสีสันสดใสของดอกไม้ชนิดนี้ก็ทำให้พวกมันเป็นดอกไม้ที่สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ ความสนุกสนาน และความสดใส ร่าเริงได้ด้วยเช่นกัน ดังนั้นจะถ้ามอบช่อดอกไม้นี้ให้ใครก็อย่าได้ลังเล เพราะเป็นดอกไม้ที่เต็มไปด้วยพลังบวก และความหมายดีที่น่าประทับใจค่ะ

ที่มา:
medthai.com
harvesting-history.com/calendula